สิ่งควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด
เพราะรังสียูวีที่ทะลุผ่านชั้นอากาศลงมา คือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดสารพันปัญหาผิวในระยะยาว โดยเฉพาะริ้วรอยและจุดด่างดำ ครีมกันแดด จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นมากหากอยากมีผิวสวยนาน แต่ด้วยวิทยาการล้ำหน้าที่ซับซ้อนก่อให้เกิดส่วนผสม และศัพท์ใหม่ๆบนฉลากของครีมกันแดดที่คุณควรรู้ก่อนเลือกใช้
Physical กับ Chemical ต่างกันแค่การทำงาน
ในความเป็นจริงแล้ว ครีมกันแดดแบบเคมีคอล (Chemical) และฟิสิคอล (Physical) ล้วนเป็นสารเคมี จะแตกต่างกันก็เพียงลักษณะการทำงานเท่านั้น เพราะแบบเคมีคอลจะดูดซับรังสียูวีแทนผิว ในขณะที่แบบฟิสิคอลจะสะท้อนรังสีร้ายออกไปไม่ให้ระคายผิว ด้วยสารกลุ่มไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ซิงค์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) เม็กโซริล เอสเอ็กซ์ (Mexoryl SX) ที่มักทิ้งความขาวไว้เมื่อทา
SPF บอกอะไร
มาทบทวนความจำกันอีกครั้งว่า ค่าเอสพีเอฟ (SPF/Sun Protection Factor) เป็นค่าบอกว่าจะอยู่กลางแดดนานแค่ไหนโดยไม่ทำให้ผิวไหม้หรือแสบร้อน เช่น ภายใน 25 นาที ผิวคุณจะเริ่มแดง การใช้ SPF 15 จะช่วยยืดเวลาออกไป 15 เท่า นั่นคือ 375 นาที โดยไม่ทำให้ผิวไหม้ แต่ค่าเอสพีเอฟเป็นเพียงการบอกค่าการปกป้องผิวจากยูวีบี ไม่เกี่ยวกับยูวีเอ ซึ่งเมื่อโดนผิวจะไม่รู้สึก ทั้งที่เป็นตัวก่อมะเร็ง ฝ้าและรอยเหี่ยวย่น
ค่า SPF สักเท่าไหร่ดี
SPF2 ป้องกันรังสียูวีบีได้ 50% SPF 10 ปกป้องได้ 85% SPF 15 ปกป้องได้ 95% และ SPF 30-50 ปกป้องได้ 97% จะเห็นได้ว่า แม้ค่าSPF สูงถึง 50 ก็ยังมีข้อจำกัดในการป้องกันรังสียูวีบี และความแตกต่างในประสิทธิภาพของ SPF 30 กับ 50 ก็มีน้อยมาก อาจไม่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม บวกกับผิวยังต้องรับศึกกับสารเคมีปริมาณสูง โดยได้รับประสิทธิภาพเพิ่มเพียงเล็กน้อย
ส่วนผสมที่ควรรู้จัก
อะไรคือ PA+ / PA++ / PA+++
ในครีมกันแดดรุ่นใหม่จะมีส่วนผสมที่ช่วยป้องกันรังสียูวีเอ ซึ่งใช้มาตรวัดระดับการปกป้องเป็น PA (Protection Grade of UVA) ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหน่วยบอกระดับการซึมซับยูวีเออย่างละเอียดแบบ SPF ดังนั้น ค่า PA จึงบอกได้คร่าวๆว่าครีมกันแดดนี้กั้นรังสียูวีเอได้มากแค่ไหนด้วยเครื่องหมาย + ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับ PA+ / PA++ / PA+++ ซึ่งจริงๆแล้ว PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภท แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานให้เลือก PA++ หรือสูงกว่า
Water Resistant ไม่ใช่ Waterproof
ไม่มีครีมกันแดดตัวใดที่กันน้ำ (Waterproof) ได้จริงดั่งฉลากที่แปะไว้ คุณจึงต้องทาซ้ำถ้าเหงื่อออก หรือหลังเล่นน้ำ ส่วนครีมกันแดดสูตร Water Resistant จะใช้ส่วนผสมจากพลาสติกสร้างแผ่นฟิล์มเคลือบกันแดดให้ติดแน่น แม้จะเปียกน้ำ ดังนั้นเมื่อทาครีมนี้แล้วลงน้ำนาน 40 นาที ค่า SPF ยังคงที่ ส่วนสูตร Very Water Resistant จะทนน้ำได้นาน 80 นาที แต่ไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้เป็นประจำ เพราะทำให้ผิวรู้สึกเหนียวใต้เมกอัพ จึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดสูตรธรรมดาก็พอ
![]() |
ข้อปฎิบัติคงผิวสาวตลอดกาล นิรันดร์ การเลือกรับประทานอาหารทีมีประโยชน์ เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยดูแลสุขภาพ |
![]() |
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 15-20 ปีขึ้นไป วัยรุ่นกับสิวเป็นของคู่กัน สิวในช่วงนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน |
![]() |
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 20 ปีขึ้นไป วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง ควรทำหลังจากทำความสะอาดหน้าแล้ว แต้มเจลหรือครีมขัดผิว |
![]() |
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 30 ปีขึ้นไป ผิวหน้าของสาววัยนี้ จะมีปัญหาของริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่น |
![]() |
มารู้จักโครงสร้างผิวกันเถอะ รู้รึเปล่า ว่าโครงสร้างผิวคนเรามีกี่ชั้น แล้วแต่ละชั้นทำหน้าที่อะไรบ้าง |
![]() |
คำตอบทั้งหมดสำหรับปัญหาความงาม 10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับ สุดยอดแห่งความงาม |
![]() |
ครีมกันแดดแต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง เพราะรังสียูวีที่ทะลุผ่านชั้นอากาศลงมา ทำให้เกิดปัญหากับผิว ครีมกันแดด จึงจำเป็นมาก |
![]() |
เคล็ดลับครีมกันแดดไม่ให้แก่แดด รู้กันอยู่ว่าแสงแดดเป็นอันตรายกับผิว แล้วมีวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้ผิวเสีย |
![]() |
ครีมทาหน้าขาว มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร ปัจจุบันครืมหน้าขาวมีให้เลือกหลายชนิด ราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนกระปุกละหมื่น |
![]() |
whitening แต่ละชนิดต่างกันยังไงนะ การที่มีผิวขาว นวลเนีน ย่อมนำมาซึ่งเสน่ห์ดึงดูดต่อเพศตรงข้าม ทำให้คนนิยมเปลี่ยนสีผิวของตนเอง |
![]() |
Beautyful Cream มาทำความรู้จักกับครีม ชนิดต่างๆ ที่ใช้กันอยู่เป็นประจำกันนะคะ |