Skin care มาตรฐาน GMP

Beauty : ครีมทาหน้าขาว มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร เลือกใช้ยังไง

ครีมหน้าขาว (Whitening Cream ) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะคนไทยเราผิวออกดำแดง บ้างก็ดำเข้ม ส่วนใหญ่จึงอยากให้ผิวดูขาวใสขึ้น แน่ละ คนเรามักชอบอะไรที่แตกต่างจากตัวเอง อย่างฝรั่งชอบผิวคล้ำ ดำ แทน ขณะที่เราชอบผิวขาวสเป็ก “ขาวสวยหมวยตี๋” ปัจจุบันครีมหน้าขาวมีให้เลือกใช้หลายชนิดราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนกระปุกเป็นหมื่น สรรพคุณที่ว่า ดีสมราคาหรือไม่การเข้าใจถึงส่วนผสมและกลไกการออกฤทธิ์ต่อผิวจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยทั่วไปสารซึ่งทำให้ผิวขาวขึ้นได้แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ

  1. ชนิดกระตุ้นการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอก กลุ่มนี้ไม่ได้ลดการสร้างเม็ดสีโดยตรง เพียงแต่ลอกเซลล์เก่าซึ่งตายแล้วออกไป ผิวจึงดูขาวขึ้นได้ สมัยก่อนอาจใช้ไวน์ โยเกิร์ต ฝานมะเขือเทศ นำมาพอกหน้าแล้วทำให้ผิวขาวใสขึ้น แท้จริงแล้วในสิ่งเหล่านี้มีกรดผลไม้ซึ่งออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวเก่าๆ ให้หลุดออกไปได้ง่ายนั่นเอง เรียกรวมๆ ว่า AHA (Alpha Hydroxy Acids) ซึ่งยังแบ่งเป็นชั้นย่อยๆ ตามแหล่งที่มาอีกด้วย เช่น ไวน์ หรือองุ่นให้กรดทาร์ทาริก (Tartaric) นมเปรี้ยว มะเขือเทศ ให้กรดแลคติก (Lactic) แอ๊ปเปิ้ลให้กรดมาลิก (Malic) ส้ม มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยวให้กรดซิตริก (Citric) อ้อยให้กรดไกลโคลิก (Glycolic) ซึ่งแหล่งที่ให้กรดที่ออกฤทธิ์ต่อผิวดีที่สุดได้จากอ้อย


  2. เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมขอกรดผลไม้ที่จำหน่ายในท้องตลาดกฎหมายควบคุมให้มีความเข้มข้นไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากสูงกว่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะอาจทำให้เกิดการลอกจนแสบไหม้ได้ ความเข้มข้นสูงจึงถูกนำไปใช้ทำ “AHA Treatment” ทาแล้วล้างออก ไม่ได้ทิ้งไว้ตลอดคืนเหมือนกรดผลไม้ความเข้มข้นต่ำ โดยทำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอกเร็วขึ้น แพทย์จะเป็นผู้เลือกความเข้มข้นตามความเหมาะสม ซึ่งมีตั้งแต่ 20-70 เปอร์เซ็นต์


    นอกจากนี้มีสารอื่นที่พอหาซื้อได้อีก เช่น BHA (Beta Hydroxy Acids) หรือกรด ซาลิไซลิก (Salicylic Acid) นั่นเอง สมัยก่อนใช้ความเข้มข้นสูงทาบริเวณลำตัวในตำแหน่งผิวหยาบกร้าน หนา หรือหูดที่ไม่ต้องการออกไป ต่อมาได้พัฒนาเป็นครีมทาผิวหน้าโดยใช้ความเข้มข้นต่ำๆ ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลอกรอยดำคล้ำ ปัจจุบันผสมอยู่ในเครื่องสำอางหรือครีมหน้าขาวในท้องตลาด


  3. ชนิดยับยั้งการทำงานของเม็ดสี ตามธรรมชาติเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) อยู่ในชั้นล่างสุดของหนังกำพร้า เมื่อได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนหรือรังสียูวี จากแสงแดด จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีเหล่านี้สร้างเม็ดสี (Melanin) เพิ่มขึ้น ผิวจึงดูคล้ำลงโดยอาศัยเอนไซม์ที่เรียกว่าไทโรซิเนส (Tyrosinase) ภายในเซลล์เองไปเปลี่ยนโปรตีนไทโรซิน (Tyrosine) ในเซลล์ ร่วมกับการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ได้เป็นเม็ดสีขึ้นและเม็ดสีที่สร้างขึ้นนี่เองจะคล้ายๆ เคลื่อนตัวขยับขึ้นไปชั้นบน ยิ่งใกล้ผิวชั้นนอกสุดเท่าไรก็จะรู้ว่าส่วนผสมของสารทำให้ผิวขาวที่มีอยู่ในเครื่องสำอางนั้นออกฤทธิ์ในตำแหน่งใด เช่น กรดโคจิก (Kojic Acid), อาร์บูติน (Arbutin), วิตามินซี ( L-ascorbic Acid) วิตามินบี 3 (Niacin) วิตามินซี
ข้อปฎิบัติคงผิวสาวตลอดกาล นิรันดร์
การเลือกรับประทานอาหารทีมีประโยชน์ เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยดูแลสุขภาพ
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 15-20 ปีขึ้นไป
วัยรุ่นกับสิวเป็นของคู่กัน สิวในช่วงนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 20 ปีขึ้นไป
วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง ควรทำหลังจากทำความสะอาดหน้าแล้ว แต้มเจลหรือครีมขัดผิว
ดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย 30 ปีขึ้นไป
ผิวหน้าของสาววัยนี้ จะมีปัญหาของริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่น
มารู้จักโครงสร้างผิวกันเถอะ
รู้รึเปล่า ว่าโครงสร้างผิวคนเรามีกี่ชั้น แล้วแต่ละชั้นทำหน้าที่อะไรบ้าง
คำตอบทั้งหมดสำหรับปัญหาความงาม
10 เรื่องจริงของความงาม ที่คุณต้องรู้ เกี่ยวกับ สุดยอดแห่งความงาม
ครีมกันแดดแต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง
เพราะรังสียูวีที่ทะลุผ่านชั้นอากาศลงมา ทำให้เกิดปัญหากับผิว ครีมกันแดด จึงจำเป็นมาก
เคล็ดลับครีมกันแดดไม่ให้แก่แดด
รู้กันอยู่ว่าแสงแดดเป็นอันตรายกับผิว แล้วมีวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้ผิวเสีย
ครีมทาหน้าขาว มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
ปัจจุบันครืมหน้าขาวมีให้เลือกหลายชนิด ราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนกระปุกละหมื่น
whitening แต่ละชนิดต่างกันยังไงนะ
การที่มีผิวขาว นวลเนีน ย่อมนำมาซึ่งเสน่ห์ดึงดูดต่อเพศตรงข้าม ทำให้คนนิยมเปลี่ยนสีผิวของตนเอง
Beautyful Cream
มาทำความรู้จักกับครีม ชนิดต่างๆ ที่ใช้กันอยู่เป็นประจำกันนะคะ